วัฒนธรรมคอนโดมิเนียมและบุนโชแมนชั่นญี่ปุ่น
การบริหารจัดการที่อยู่อาศัยในประเทศไทยและญี่ปุ่นแตกต่างกันอย่างไร?
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การสร้างอาคารสูงในในเขตเมืองของประเทศไทยมีให้เห็นอยู่เรื่อย ๆ ซึ่งหนึ่งในสถานที่อยู่อาศัยที่เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป คือ “คอนโดมิเนียม” หรือในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า “บุนโชแมนชั่น (分譲マンション)” เมื่อมองจากภาพลักษณ์ภายนอกทั้งสองอาจดูไม่แตกต่างกัน แต่ในความจริงสิ่งที่แตกแต่งกัน คือ การคาดหวังเรื่องการบริหารจัดการ
*สิ่งอำนวยความสะดวกทั่วไปในคอนโดมิเนียมในไทย
คอนโดมิเนียมในไทยมีความคล้ายคลึงกับคอนโดมิเนียมในญี่ปุ่นตรงที่เมื่อถือกรรมสิทธิ์ห้องชุดแล้ว เจ้าของจะมีสิทธิ์ในส่วนแบ่งในที่ดินและพื้นที่ส่วนกลางตามสัดส่วนไปโดยปริยาย ซึ่งจุดที่แตกต่างกัน คือ คอนโดของญี่ปุ่นไม่ได้มีกฎในเรื่องสัดส่วนของการถือครองห้องชุดของชาวต่างชาติที่บังคับว่าต้องไม่เกิน 49% ต่อคอนโดหนึ่งแห่ง
นอกจากนี้ คอนโดฯ ในไทยมักมีสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางที่หรูหราและช่วยเพิ่มความพิเศษให้กับชีวิตประจำวันคุณ เช่น สระว่ายน้ำ ฟิตเนส และห้องรับรอง อีกหนึ่งจุดเด่น คือ ผู้อยู่อาศัยคอนโดฯ จำนวนมากไม่เพียงแต่เป็นคนไทยเท่านั้น แต่ยังมีชาวต่างชาติให้คุณได้สัมผัสกับคอมมูนิตี้นานาชาติที่หลากหลายอีกด้วย
แม้ว่าค่าบริหารจัดการพื้นที่ส่วนกลางของไทยจะไม่สูงเท่าญี่ปุ่นก็ตาม แต่บางคอนโดในไทยกลับยังมีเกิดปัญหาด้านระบบการซ่อมแซมระยะยาวที่ไม่เพียงพอและปัญหาด้านการเตรียมการเพื่อรองรับสภาพอาคารที่เสื่อมโทรมตามกาลเวลาด้วย
*ห้องชุดรีโนเวทใหม่ในญี่ปุ่น
ภายใต้ “กฎหมายการถือครองห้องชุด” ของคอนโดฯ ในญี่ปุ่น ผู้ถือครองมีสิทธิในพื้นที่ส่วนตัวและการที่ดินของตนเองโดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องการถือครองโดยชาวต่างชาติ ดังนั้นไม่ว่าเป็นคนชาติใดก็ตามก็สามารถซื้อห้องชุดได้อย่างอิสระ
สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางของคอนโดญี่ปุ่นจะค่อนข้างเรียบง่าย และเจ้าของห้องชุดจะต้องเข้าร่วมสมาคมบริหารจัดการพื้นที่ส่วนกลางในการการรวบรวมเงินสำรองสำหรับการซ่อมแซมอย่างเป็นระบบเพื่อทำให้สภาพแวดล้อมของอาคารยังคงสภาพและมีมูลค่าในระยะยาว เป็นต้น
ด้วยธรรมเนียมปฏิบัติที่เน้นการสร้างฉันทามติและการเลือกตั้งนิติบุคคลผ่านการประชุมสามัญใหญ่ของเจ้าของร่วมที่ญี่ปุ่น ส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างผู้อยู่อาศัยจึงค่อนข้างแน่นแฟ้นจนกลายมาเป็นอีกหนึ่งลักษณะเด่นของประเทศนี้นั้นเอง
แม้ว่าทั้งคอนโดมิเนียมและบุนโชแมนชั่นจะมีรูปแบบการเป็นถือครองจะเหมือนกัน แต่ในด้านประสบการณ์ของผู้อยู่อาศัยนั้นกลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงตามการบริหารและความคาดหวังด้านระบบการจัดการของนิติที่แตกต่างกัน
ดังนั้น เมื่ออาศัยอยู่ในไทยคุณจะได้เพลิดเพลินกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่น่าดึงดูดใจ ในทางกลับกัน เมื่ออาศัยอยู่ในญี่ปุ่นคุณจะสัมผัสกับการบริหารจัดการส่วนกลางที่มั่นคง
กล่าวอีกนัยหนึ่ง หากเลือกจะอยู่อาศัยในคอนโดไทย ไม่เพียงแค่จะได้รับความสะดวกสบาย ณ ตอนนั้น การบำรุงรักษาในอนาคตก็เป็นหนึ่งสิ่งสำคัญที่คุณควรคำนึงถึงอีกด้วย
สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อคอนโดมิเนียม
ปรึกษา RESI ได้เลย เรายินดีให้คำแนะนำโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
เวลาทำการ: วันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 ถึง 17.30
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
